แพลงก์ตอน ( Plankton )

ความหมายของแพลงก์ตอน

หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ล่องลอยอยู่ในน้ำสุดแต่คลื่นและลมจะพัดพาไป ประวัติของแพลงก์ตอน ในปี ค.ศ. 1887 ( พ.ศ. 2430 ) นักแพลงก์ตอนวิทยาชาวเยอรมัน ชื่อ Victor Hensen เป็นคนแรกที่เรียก สิ่งที่มีชีวิตขนาดเล็กในน้ำว่า
“แพลงก์ตอน (plankton)” ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษากรีก มีความหมายตรงกับ ภาษาอังกฤษว่า “drifting” การจัดแบ่งกลุ่มแพลงก์ตอนโดยยึดตามหลักการต่างๆ ดังนี้
1. การแบ่งกลุ่มตามหลักโภชนาการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
1.1 แพลงก์ตอนพืช (phytoplankton) ได้แก่ กลุ่มแพลงก์ตอนที่มีสารสีที่ใช้ในการสังเคราะห์
1.2 แพลงก์ตอนสัตว์(zooplankton) ได้แก่ กลุ่มแพลงก์ตอนที่ไม่สามารถสังเคราะห์อาหารเองได้

2. การแบ่งโดยยใช้ระยะวงจรชีวิต (life cycle) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
2.1 แพลงก์ตอนถาวร หรือแพลงก์ตอนตลอดชีวิต (holoplankton)
2.2 แพลงก์ตอนชั่วคราว (meroplankton)
2.3 แพลงก์ตอนโดยอุบัติเหตุ หรือโดยบังเอิญ (tychoplankton)
4. การแบ่งโดยใช้หลักการแพร่กระจาย แบ่งเป็นกลุ่ม ดังนี้
4.1 การแพร่กระจายในแนวราบ (horizontal distribution)
4.1.1 แพลงก์ตอนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง (neritic plankton)
4.1.2 แพลงก์ตอนทที่อาศัยห่างจากชายฝั่งออกไป (oceanic plankyon)
4.2 การแพร่กระจายในแนวดิ่ง (vertical distribution)

แพลงก์ตอนตอนทะเล (marine plankton)
1.แพลงก์ตอนที่อาศัยอยู่ที่ระดับความลึก ตั้งแต่ 0-100 เรียกว่า Epiplankton
2.แพลงก์ตอนที่อาศัยอยู่ที่ระดับความลึก ตั้งแต่ 100-400เรียกว่า Mesoplankton
3.แพลงก์ตอนที่อาศัยอยู่ที่ระดับความลึก ตั้งแต่ 400-600 เรียกว่า Hypoplankton
4.แพลงก์ตอนที่อาศัยอยู่ที่ระดับความลึก ตั้งแต่ 600-3000 เรียกว่า Bathyplankton
5.แพลงก์ตอนที่อาศัยอยู่ที่ระดับความลึก ตั้งแต่ 3000-4000 เรียกว่า Abyssoplankton แพลงก์ตอน
(plankton)