นิเวศวิทยาปะการัง

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญของแนวปะการัง

แสง มีความสัมพันธ์กับสาหร่าย ซูแซนเทลลีที่อยู่ในเนื้อเยื่อ สาหร่ายดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยแสงในการสังเคราะห์แสง ส่วนใหญ่มีการกระจายอยู่ที่ความ ลึกไม่เกิน 30 เมตร n อุณหภูมิ ในช่วง 18 - 32 องศาเซลเซียส โดยที่อุณหภูมิเหมาะสมที่สุด สำหรับการเกิดแนวปะการังอยู่ในช่วงเฉลี่ย 26 - 28 องศาเซลเซียส n ความเค็ม ประมาณ 30 - 36 ส่วนในพันส่วน น้ำฝนปริมาณมากหรือการพัด พาน้ำจืดจากแผ่นดินลงสู่ทะเลอาจก่อความเสียหายให้แก่แนวปะการังได้ n ปริมาณตะกอนในน้ำ ตะกอนแขวนลอยต่าง ๆ มีผลยับยั้งการเจริญของแนว ปะการัง หน้าที่ความรับผิดชอบ ของงานนิเวศวิทยาปะการัง

-

การสืบพันธุ์

แต่พอจะสรุปได้ว่าปะการังมีการสืบพันธุ์ 2 แบบ คือ n แบบที่ 1 การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Sexual breeding) ปะการังบาง ชนิดจะปล่อยน้ำเชื้อและไข่ออกมาผสมกันในน้ำ บางชนิดจะปล่อย น้ำเชื้อออกมาผสมกับไข่ที่อยู่ภายในตัวเมีย n แบบที่ 2 การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Unsexual breeding) โดย วิธีการแตกหน่อ (budding) หรือการจำลองตัวจากตัวเดิม เป็นการ ขยายตัวออกไปจากตัวเดิมทำให้ก้อนปะการังมีขนาดใหญ่ขึ้น

ประโยชน์ของปะการัง

เป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ n เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหลบภัยของสัตว์น้ำ n เป็นกำแพงป้องกันชายฝั่งจากการกัดเซาะของคลื่นและกระแสน้ำ n เป็นแหล่งกำเนิดทรายให้ชายหาด จากการสึกกร่อนของแนวโครงสร้างหินปูน n เป็นแหล่งท่องเที่ยว นันทนาการ พักผ่อนหย่อนใจ โดยการดำน้ำ ถ่ายภาพใต้น้ำ n สารพิษที่สิ่งมีชีวิตหลายชนิดในแนวปะการังผลิตขึ้นเพื่อป้องกันตัว สามารถสกัดมาใช้ ทำยาต่อต้านมะเร็ง ยาต่อต้านจุลชีพ น้ำยาป้องกันการตกผลึกและแข็งตัว n เสมือนห้องทดลอง เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านนิเวศวิทยาในแนวปะการังและชีวิต สัตว์